ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานสำนักงานนั้นมาจากหลายสาเหตุ
แต่ปัจจัยที่สำคัญคือปัญหาด้านทรัพยากรมนุษย์ และปัญหาด้านระบบงาน ผู้บริหารสำนักงานจะต้องศึกษา
วิเคราะห์แต่ละปัญหา เพื่อหาทางปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เกิดคุณภาพงานที่ดี
มี ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ องค์กรใดก็ตามหากมีวัตถุประสงค์เป้าหมายที่ชัดเจน
สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม มีโครงสร้างองค์การการบริหารงาน และระบบความสัมพันธ์ภายในที่เหมาะสม
เอื้ออำนวยต่อ คุณภาพชีวิตการทำงานย่อมถือว่าองค์กรมีรากฐานที่แข็งแรงและมีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ
2.1
การวิเคราะห์งาน
2.1.1
ความหมายของการวิเคราะห์งาน
การวิเคราะห์งาน
(Job Analysis) หมายถึง กระบวนการในการจัดการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะงาน
หน้าที่ ความรับผิดชอบ เกี่ยวกับงานอย่างมีระบบ พร้อมทั้งลักษณะเฉพาะของบุคคลที่เหมาะสมกับงานในด้านความรู้
ความสามารถ ทักษะ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องการสำหรับงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานประสพผลสำเร็จตามเป้าหมายขององค์การ
(สุภาพร พิศาลบุตร, 2545 : 2)
ผลการวิเคราะห์งานจะบันทึกไว้ในเอกสาร
2 ประเภท คือ การบรรยายลักษณะงาน (Job Description) และการกำหนดลักษณะเฉพาะของผู้ปฏิบัติงาน
(Job Specification)
การบรรยายลักษณะงาน
คือ การสรุปข้อความที่แสดงถึงรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ
กระบวนการปฏิบัติงาน และเงื่อนไขที่แสดงถึงลักษณะงาน นอกจากนี้แล้วการบรรยายลักษณะงานยังเป็นเครื่องมือแสดงหรือรายงานให้ทราบว่าตำแหน่งนั้น
ๆ จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบอะไรบ้าง อย่างไร ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อกระบวนการบริหารทรัพยากรมนุษย์
การกำหนดลักษณะเฉพาะของผู้ปฏิบัติงาน
คือการอธิบายว่างานนั้น ๆ ต้องการคนดำเนินงานที่มีคุณสมบัติอย่างไร ในเรื่องความรู้
(Knowledge) ความสามารถ (Abilities) ทักษะ (Skills) และองค์ประกอบอื่น
ๆ (Other Characteristics) เพื่อใช้ปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงไป
2.1.2
วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์งาน
การวิเคราะห์งานมีความสำคัญต่อการทำงานโดยรวมของหน่วยงานเป็นพื้นฐานในการบริหารงานบุคคลหลายเรื่อง
แต่ละเรื่องก็ต้องการเทคนิคนำไปประยุกต์ใช้ที่แตกต่างกัน เบอร์นาคินและรัสเซลล์
อ้างโดยสุภาพร พิศาลบุตร (สุภาพร พิศาลบุตร, 2545 : 3-4) ได้จำแนกวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์งาน
ไว้ดังนี้
เพื่อจัดทำคำบรรยายลักษณะงาน
เพื่อการแยกประเภทงาน
เพื่อการประเมินค่างาน
เพื่อปรับโครงสร้างการออกแบบงาน
เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานและคุณลักษณะเฉพาะของงาน
เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน
เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกอบรมและพัฒนาบุคคล
เพื่อการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง
เพื่อประสิทธิภาพ
เพื่อความปลอดภัย
เพื่อใช้ในการวางแผนทรัพยากรมนุษย์
เพื่อกำหนดวิธีการทำงาน
2.1.3
ขั้นตอนการวิเคราะห์งาน
การวิเคราะห์งาน
เป็นกระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะงานและคุณสมบัติของผลปฏิบัติงาน
ดังนั้นขั้นตอนการวิเคราะห์งานแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน (สุภาพร พิศาลบุตร, 2545
: 16-17) คือ
1)
ขั้นตอนการเตรียมการ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการดำเนินการ
วิเคราะห์งาน ในขั้นตอนนี้ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
-
การศึกษาถึงสภาพทั่ว ๆ ไป เป็นการศึกษาดูว่าในสำนักงานนั้นมีการวิเคราะห์งานแล้วหรือไม่
ถ้าได้มีการจัดทำไว้แล้วเอกสารดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร มีการกำหนดนโยบายในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ทุก
ๆ ฝ่ายยึดถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อให้การจัดทำเป็นไปด้วยความเรียบร้อยหรือไม่
มีการแก้ไขปรับปรุงเอกสารการบรรยายลักษณะงานให้ทันสมัยหรือไม่ รูปแบบและเนื้อหาเป็นอย่างไร
ชัดเจนหรือคลุมเครือ ครอบคลุมงานที่จะต้องปฏิบัติทั้งหมดและถูกต้องตรงกับความเป็นจริงหรือไม่
-
การวางแผนการจัดทำการวิเคราะห์งาน เป็นการกำหนดขั้นตอนเพื่อให้การวิเคราะห์งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
และเสร็จตามเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังควรระบุถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติตั้งแต่เริ่มต้นจนงานแล้วเสร็จ
พร้อมทั้งกำหนดช่วงเวลา ตัวบุคคลที่รับผิดชอบ ตลอดจนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดทำด้วย
โดยปกติแล้วฝ่ายบุคคลจะเป็นผู้กำหนดตัวบุคคลให้รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว
ฉะนั้น จึงต้องเฟ้นหาตัวบุคคลที่มีความคุ้นเคยกับงานและพนักงานในฝ่ายต่าง
ๆ ขององค์การ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี จากนั้นจึงอบรมให้รู้ถึงหลักการ วิธีการ
และการจัดทำ ตลอดจนการเขียนเอกสาร การบรรยายลักษณะงาน
-
การขอความเห็นชอบจากผู้บริหาร หลังจากที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ได้จัดทำแผนการดำเนินการวิเคราะห์งาน
เสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องขอความเห็นชอบจากผู้บริหารเพื่อดำเนินการตามแผนนั้น
โดยชี้แจ้งให้เห็นถึงลักษณะของปัญหาและความจำเป็นของสถานการณ์ที่จะต้องได้รับการแก้ไข
ชี้ให้เห็นถึงรายละเอียดของต้นทุน อันเนื่องมาจากการแบ่งความรับผิดชอบและหน้าที่ที่ไม่ชัดเจน
ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับอย่างเป็นรูปธรรมหากดำเนินการตามที่เสนอ
-
ประชุมชี้แจงและขอความร่วมมือจากพนักงาน เป็นการประชุมชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับพนักงานตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาไปจนถึงระดับปฏิบัติการ
การที่พนักงานมีความเข้าใจไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าการทำเอกสารการบรรยายลักษณะงานจะมีผลกระทบต่อหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง
อาจเกิดความรู้สึกต่อต้านและไม่ให้ความร่วมมือในการจัดทำในที่สุด
2)
ขั้นตอนดำเนินการ เป็นการกำหนดแนวทางในการวิเคราะห์งาน
อาจกระทำได้ 2 ลักษณะ คือ การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นนักวิชาการ
อาจเป็นผู้มีประสบการณ์ หรือเป็นทีมที่ปรึกษา หรืออาจใช้บุคลากรขององค์การเองเป็นผู้ดำเนินการ
ปกติการใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญ หรือบริษัทเป็นเรื่องที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากจนบางครั้งผลที่ได้รับอาจไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป
ฉะนั้นจึงควรใช้เฉพาะกรณีไป เช่น
-
เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้เป็นผู้ดำเนินการเพราะองค์การไม่มีบุคลากรในลักษณะดังกล่าว
หรือมีแต่ไม่มีความชำนาญพอที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้
-
เป็นเรื่องที่มีข้อจำกัดในด้านเวลาและมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว
-
เป็นเรื่องที่ต้องใช้คนกลางให้มาดำเนินการในสิ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อพนักงานบางคนหรือบางกลุ่มภายในองค์การ
-
เป็นเรื่องที่มีปัญหาการไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรของพนักงานบางคนบางกลุ่มการให้บุคคลภายนอก
มาดำเนินการจะทำให้ได้รับความยอมรับและลดความขัดแย้งดังกล่าวได้
3) ขั้นตอนการกำหนดผลของการวิเคราะห์งาน
ในขั้นตอนนี้จะเป็นการบันทึกผลของการวิเคราะห์งานไว้ในเอกสารสองฉบับ คือ
เอกสารบรรยายลักษณะงาน ซึ่งเป็นเอกสารที่บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะงาน
หน้าที่ ความรับผิดชอบ เกี่ยวกับงานอย่างมีระบบและเอกสารอีกฉบับหนึ่งคือเอกสารกำหนดลักษณะเฉพาะของผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นเอกสารบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติขั้นต้นของผู้ปฏิบัติงาน
ซึ่งประกอลบด้วยความรู้ ความสามารถ ทักษะและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ต้องการสำหรับงาน
2.1.4
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์งาน
ต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงสุด
โดยผู้บริหารระดับสูงสุดจะต้องเข้าใจเรื่องการวิเคราะห์งานเป็นอย่างดี
ตลอดจนวัตถุประสงค์ในการนำเอาผลการวิเคราะห์งานนั้นมาใช้ด้วย งานนี้จะต้องเสียเวลาและค้าใช้จ่าย
จึงต้องทำการสำรวจถึงเวลาและค่าใช้จ่ายที่จะต้องใช้ในโครงการ การวิเคราะห์งานจะต้องได้รับอนุมัติจากฝ่ายบริหารระดับสูง
เพราะขณะดำเนินการอาจจะกระทบเวลาของผู้เกี่ยวข้อง หรืออาจทำให้งานติดขัดจะต้องวางแผนล่วงหน้าว่าการดำเนินการวิเคราะห์งานจะกระทบต่อส่วนงนต่าง
ๆ อย่างไร ผลที่ได้นำมาปรับปรุงวิธีการทำงานจะเพิ่มผลผลิต ความพอใจในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายอย่างไร
เหล่านี้จะต้องเสนอให้ผู้บริหารระดับสูงรับทราบเพื่อให้การสนับสนุน
ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับใดก็ตามต้องให้ความร่วมมือในโครงการการวิเคราะห์งาน
ก่อนจะเริ่มโครงการต้องให้แน่ใจว่าจะไม่ได้รับการต่อต้านหรือก่อให้เกิดพฤติกรรมในทางลบ
ซึ่งจะเป็นการขัดขวางการดำเนินงานจากเจ้าหน้าที่ในฝ่ายปฏิบัติการและหัวหน้าหน่วยงานต่าง
ๆ
2.2 การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน
ประสิทธิภาพ
(Efficiency) เป็นเรื่องของการใช้ปัจจัยและกระบวนการในการดำเนินงานโดยมีผลผลิตที่ได้รับเป็นตัวกำกับการแสดงประสิทธิภาพของการดำเนินงานใด
ๆ อาจแสดงค่าของประสิทธิภาพในลักษณะของการเปรียบเทียบระหว่างค่าใช้จ่ายในการลงทุนกับผลกำไรที่ได้รับ
ประสิทธิภาพมี 2 ระดับ (สมใจ ลักษณะ,2547 :7-8) คือ
1)
ประสิทธิภาพของบุคคล
2)
ประสิทธิภาพขององค์การ
2.2.1
องค์ประกอบของการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน
ประสิทธิภาพในการทำงานจะขึ้นกับองค์ประกอบสำคัญ
4 ประการคือ
1)
สิ่งแวดล้อมนอกองค์การ ได้แก่ ตลาดความต้องการของลูกค้า สภาพเศรษฐกิจ สังคม
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
2)
สิ่งแวดล้อมในองค์การ ได้แก่ นโยบาย วิสัยทัศน์ และปรัชญาขององค์การที่จะกำหนดทิศทางของการดำเนินงานขององค์การ
วัฒนธรรมองค์การ และการจัดบรรยายกาศการทำงาน จะส่งเสริมการทำงานของบุคลากร
3) ปัจจัยขององค์การ ได้แก่ สภาพความพร้อมขององค์การในด้านที่ดิน อาคารสถานที่
อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ เงินทุน เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากร โดยเฉพาะด้านบุคลากร
ถือเป็นหัวใจของการพัฒนาประสิทธิภาพขององค์การ บุคลากรจะต้องมีประสิทธิภาพในการทำงาน
องค์ประกอบด้านตัวบุคลากรที่จะนำไปสู่การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน ได้แก่
ปรัชญาและอุดมการณ์ บุคลิกภาพ ความต้องการ ค่านิยม การมีเป้าหมายที่เหมาะสมของชีวตและการทำงาน
ความสามารถในการสำรวจตนเอง ความสามารถในการพิชิตอุปสรรคในการทำงาน และการสร้างความเชื่อมั่นใจตนเอง
4)
กระบวนการขององค์การ เป็นองค์ประกอบเป็นลำดับสองต่อจากองค์ประกอบด้วนบุคคล
กระบวนการที่สำคัญของค์การคือ การดำเนินงานทั้งหมดที่จะทำให้เกิดการผลิตและการบริการที่น่าพอใจ
ขอบข่ายของกระบวนการขององค์การที่เอื้อต่อการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ
ได้แก่ การจัดโครงสร้างงานขององค์การ การวางแผน การจัดองค์การในด้านบุคลากร
การสร้างแรงจูงใจในการทำงาน การควบคุมคุณภาพการทำงานและการพัฒนาองค์การเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
2.2.2
การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
การปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องมีขั้นตอน
4 ขั้นตอน ( http://gotoknow.org/blog/sknqa/21738 เข้าถึงข้อมูล 18 เมษายน
2550) คือ
 |
1)
Plan หมายถึง การวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ
ครอบคลุมถึงการกำหนดหัวข้อที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ
การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน อาจประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมาย
หรือวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน Plan การจัดอันดับความสำคัญของ เป้าหมาย
กำหนดการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน กำหนดผู้รับผิดชอบหรือผู้ดำเนินการและกำหนดงบประมาณที่จะใช้
การเขียนแผนดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของลักษณะ การดำเนินงาน
การวางแผนยังช่วยให้เราสามารถคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต และช่วยลดความสูญเสียต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ |
2)
Do หมายถึง การดำเนินการตามแผน อาจประกอบด้วย
การมีโครงสร้างรองรับ การดำเนินการ มีวิธีการ ดำเนินการ และมีผลของการดำเนินการ
การดำเนินการตามแผน
อาจประกอบด้วย การมีโครงสร้างรองรับ การดำเนินการ มีวิธีการ ดำเนินการ
และมีผลของการดำเนินการ
3)
Check หมายถึง การประเมินแผน อาจประกอบด้วย
การประเมินโครงสร้างที่รองรับ การดำเนินการ การประเมินขั้นตอนการดำเนินงาน
และการประเมินผลของ การดำเนินงานตามแผนที่ได้ตั้งไว้ โดยในการประเมินดังกล่าวสามารถ
ทำได้เอง โดยคณะกรรมการที่รับผิดชอบแผนการดำเนินงานนั้น ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของการประเมินตนเอง
โดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการ อีกชุดมาประเมินแผน หรือไม่จำเป็นต้องคิดเครื่องมือหรือแบบประเมิน
ที่ยุ่งยากซับซ้อน
4)
Act หมายถึง การนำผลการประเมินมาพัฒนาแผน
อาจประกอบด้วย การนำผลการ ประเมินมาวิเคราะห์ว่ามีโครงสร้าง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใดที่ควร
ปรับปรุงหรือพัฒนาสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และสังเคราะห์รูปแบบ
การดำเนินการใหม่ที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินการ ในปีต่อไป
2.3 การไหลเวียนงาน
องค์กรต่าง
ๆ ได้พยายามที่จะนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้งานในระบบการไหลเวียนงาน (Workflow)
ในองค์กรของตน เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามงานต่าง ๆ ในองค์
การนำเอาระบบ Workflow มาใช้งานในองค์กรจะทำให้การทำงานต่าง ๆ สามารถที่จะติดตามและประเมินผลได้เร็วมากขึ้น
การไหลเวียนงาน
คือองค์ประกอบทางธุรกิจ (Business Component) ซึ่งจะสามารถอธิบายถึงแนวความคิดและวิธีการปฏิบัติงานในองค์กร
หรืออธิบายง่าย ๆ คือกระบวนการทำงานต่าง ๆ ในการดำเนินงานในองค์กรให้ประสพผลสำเร็จตามความต้องการ
โดยธรรมชาติของหน่วยงานต่าง ๆ ในองค์กรจะกระบวนการทำงานและความต้องการไม่เหมือนกัน
ตัว Workflow จะเป็นตัวช่วยสร้าง รูปแบบของกระบวนการที่บ่งบอกถึงขั้นตอน
กฎ ความเกี่ยวข้อง ขอบเขตการรับผิดชอบของผู้กระทำ ในกระบวนการการทำงาน
ในหน่วยงานต่าง ๆ ในองค์กร จะมีกระบวนการการทำงานของตนเอง และอาจจะมีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น
ๆ ในองค์กร ซึ่งแล้วแต่การแบ่งองค์กรและการทำงาน
ภาพแสดงการไหวเวียนงาน
(http://groups.sims.berkeley.edu/CDE/report/graphics/workflow-summary.jpg
เข้าถึง 18 เมษายน 2550)
2.3.1
ส่วนประกอบของ Workflow
กระบวนการการทำงานของ
Workflow จะประกอบไปด้วย แนวทาง กฎ ระเบีบบ ข้อบังคับในการทำงาน กิจกรรมต่าง
ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน โดยจะมีลำดับในการดำเนินการตามการบริหารงานขององค์กร
เช่น การลาในองค์กร ๆ หนึ่ง อาจจะมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
1)
พนักงานต้องเขียนใบลา
2)
ส่งต่อขออนุมัติผู้บังคับบัญชาหน่วยงาน
3)
ผู้บังคับบัญชาส่งให้ผู้บริหารที่สูงกว่าอนุมัติ
4)
ใบลา ส่งต่อไปยังฝ่ายบุคคลในกรณีที่อนุมัติเรียบร้อย
ขั้นตอนต่าง
ๆ ที่ยกขึ้นมากล่าวจะเป็น Workflow ใช้ในกระบวนการลา ซึ่งจะทำให้เห็นภาพมากขึ้นในเรื่องของ
Workflow ซึ่งกระบวนการลาที่ได้กล่าวนั้นอาจจะถูกออกมาเป็นกฏ ระเบียบขององค์กร
เมื่อพนักงานต้องการจะลา ก็คือกิจกรรมหนึ่ง
2.3.2
การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ใน Workflow
ในการทำงานปกติในองค์กรนั้นปัญหาที่พบกันบ่อยก็คือ
ไม่ทราบว่างาน ที่เข้าสู่กระบวนการตอนนี้ดำเนินการไปถึงไหน ติดอยู่ที่ไหน
ทำไมเกิดความล่าช้า
ปัจจุบันการใช้งานคอมพิวเตอร์ นั้นไม่ได้ใช้แบบ Standalone อีกต่อไป จะเป็นการทำงานแบบเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายทั้งในและนอกองค์กร
และได้มีการนำเอาระบบ E-mail มาใช้ในองค์กร ทำให้เกิดแนวความคิดที่จะนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้
เพื่อทำให้ระบบการติดตามการทำงานต่าง ๆ สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ตรงจุดนี้จึงได้มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกและรวดเร็วในการทำกระบวนการบางอย่าง
และนอกจากนี้ยังจะสามารถที่จะติดตามได้อีกว่า ณ.ปัจจุบัน งานนั้นไปถึงกระบวนการไหน
2.3.2.1
ปัญหาการใช้งาน ระบบ Workflow และแนวทางการแก้ไข
การนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาใช้งานในเรื่องของ
Workflow นั้น ส่วนมากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนจะประสบปัญหาที่คล้าย ๆ
กันกล่าวคือ
1)
ความไม่กระจ่าง ๆ ชัดในการดำเนินการ บางหน่วยงานนั้นจะมีปัญหาในเรื่องของอำนาจและหน้าที่ในการรับผิดชอบ
จึงทำให้เกิดความสับสนในการดำเนินการ แนวทางในการแก้ไข ทางองค์จะต้องมีการแบ่งหน้าที่ต่าง
ๆ ในการทำงานตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหาร และจะต้องไม่มีการก้าวก่ายในหน้าที่ของคนอื่น
ๆ
2)
เรื่องของกฎระเบียบการอนุมัติที่ต้องใช้ลายเซ็นต์ผู้บริหาร สำหรับองค์กรที่เป็นราชการจะประสบปัญหาในเรื่องนี้มาก
เพราะมีกฏระเบียบในเรื่องของเอกสาร การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ก็จะไม่ครบกระบวนการ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับลายเซ็นต์อิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่มีในประเทศไทยทำให้การยอมรับคำสั่งการดำเนินการมีปัญหาถ้าใช้เป็นระบบคอมพิวเตอร์
แนวทางการแก้ไข ถ้าเป็นภาคเอกชนจะแก้ไขได้ง่ายกว่าภาครัฐบาล โดยการที่ผู้บริหารระดับสูงออกมาเป็นกฏระเบียบ
ข้อบังคับในการปฏิบัติงาน ส่วนภาครัฐนั้นจะต้องตั้งเป็น พรบ. ขององค์กรนั้น
ๆ ให้มีผลบังคับใช้ ดังเช่นที่กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ นอกจากนี้เป็นเรื่องของผู้บริหารประเทศจะต้องรีบดำเนินการในการออกกฏหมายลายเซ็นต์อิเล็กทรอนิกส์
3)
การไม่ยอมรับในระบบ ทั้งองค์กรภาคราชการและเอกชนเมื่อมีการนำเอาระบบ Workflow
มาใช้นั้น อาจจะมีผู้ที่ไม่ยอมรับในระบบ เพราะเหมือนกับเป็นการตรวจสอบการทำงานของตนเอง
แนวทางในการแก้ไข องค์กรจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจถึงการนำเอาระบบ
Workflow และประโยชน์ที่บุคลากรในองค์กรจะได้รับ เมื่อนำระบบนี้เข้ามาใช้ในองค์กร
2.3.2.2
โปรแกรม Workflow
โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์
Workflow ที่จะนำมาใช้ในองค์กร ปัจจุบันนี้มีอยู่มาก แต่พอจะแบ่งออกเป็นประเภทหลัก
ๆ ได้ 2 ประเภท
ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้ในองค์กรเอง
ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่มีอยู่ในตลาด
และสามารถนำมาใช้งานได้ทันที หรือสามารถที่จะนำมาพัฒนาให้เกิดเป็นระบบงานของตนเอง
2.3.2.3
แนวทางในการเลือกใช้โปรแกรม
Workflow
ถ้าเราจะเลือกโปรแกรม
ที่สามารถใช้เป็น Workflow มาใช้ในองค์กร เราควรจะพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
เพื่อที่จะเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับองค์กร
1.
ความสามารถที่จะนำมาใช้ได้ตรงกับ Workflow ในองค์กร หรือสามารถที่จะพัฒนาเพิ่มเติมตามที่ต้องการ
2.
ระบบความปลอดภัย เป็นเรื่องที่สำคัญมากในเรื่องของระบบ Workflow โดยโปรแกรมที่พบนั้นจะมีระบบการป้องกันอยู่
2 แบบดังนี้
ระบบความปลอดภัยในระดับระบบปฏิบัติการ นั่นก็คือโปรแกรม Workflow ตัวนี้
การกำหนดสิทธิต่าง ๆ ในกิจกรรม ของผู้ใช้ไปผูกติดกับระบบปฏิบัติการ ซึ่งถ้าระบบปฏิบัติการที่ใช้มีจุดอ่อนในเรื่องของการให้สิทธิ
ก็จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้งาน
ระบบความปลอดภัยในโปรแกรม โปรแกรมที่นำมาใช้เป็น Workflow บางตัว จะมีการกำหนดสิทธิต่าง
ๆ ในตัวของโปรแกรม ต่างหาก โดยบางตัวสามารถกำหนดสิทธิมาก บางตัวกำหนดได้แค่บางส่วน
3.
การใช้งานจะต้องง่าย และไม่ซับซ้อน
2.3.3
ประโยชน์ของการนำเอาระบบ Workflow มาใช้ในองค์กร
ประโยชน์ขององค์กรเมื่อมีการนำเอาระบบ
Workflow มาใช้ในองค์กร พอสรุปได้ดังนี้
ลดการใช้ทรัพยากร การนำเอาระบบ Workflow มาใช้จะช่วยลดกระดาษ จากเดิมที่มีการใช้กระดาษในการดำเนินกิจกรรม
เมื่อนำเอาระบบ Workflow มาใช้จะทำให้การใช้กระดาษจะลดน้อยลง นอกจากนี้ยังจะลดเวลาในการทำกิจกรรมต่าง
ๆ ในกระบวนการลงจากเดิมที่เป็นอยู่
การติดตามงานต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จากเดิมถ้าเราดำเนินการต่างๆ
ตามกระบวนการ บางครั้งเราจะไม่ทราบว่าตอนนี้กระบวนการดำเนินการไปถึงไหน
บางครั้งกระบวนการ อาจจะหยุดชะงักโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อติดตามอาจจะต้องใช้เวลาในการติดตาม
แต่เมื่อเรานำเอาระบบ Workflow มาใช้จะทำให้ทราบว่าตอนนี้นั้นกระบวนการได้ดำเนินการไปถึงใคร
หรือหน่วยงานไหน เมื่อเกิดการล่าช้าหรือหยุดชะงัก ก็สามารถที่จะติดตามในจุดที่หยุดชะงักได้ทันที
การให้บริการต่าง ๆ ในองค์กร จะทำได้รวดเร็ว โดยเฉพาะองค์กรทางธุรกิจที่จะต้องแข่งขันกับเวลา
การนำเอาระบบ Workflow มาใช้จะทำให้ขั้นตอนต่าง ๆ รวดเร็วขึ้น การให้บริการต่าง
ๆ ก็จะรวดเร็ว
เอกสารอ้างอิง
|
|
สมใจ
ลักษณะ. (2547) การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน. กรุงเทพฯ :
เพิ่มทรัพย์ การพิมพ์. |
|
|
สุภาพร
พิศาลบุตร. (2545). การวิเคราะห์งาน. กรุงเทพมหานคร : สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.
|
|
|
วิวรรณ
ธาราหิรัญโชติ. (2532). เทคนิคการเพิ่มประสิทธิผล. กรุงเทพมหานคร
: บริษัทซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด. |
|
|
วัชรี
ธุวธรรม. (2523). ระบบพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน. กรุงเทพมหานคร
: กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ. |
|
|
http://gotoknow.org/blog/sknqa/21738
เข้าถึงข้อมูล 18 เมษายน 2550 |
|
|
http://groups.sims.berkeley.edu/CDE/report/graphics/workflow-summary.jpg
เข้าถึง 18 เมษายน 2550 |