บทที่ 6

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ

วัตถุประสงค์รายวิชา

  1. เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดธุรกิจระหว่างประเทศ
  2. เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของธุรกิจระหว่าง ประเทศ
  3. เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการธุรกิจระหว่างประเทศ

ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business) หมายถึง ธุรกิจที่มีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันตั้งแต่ 2 ประเทศขึ้นไป อาจเป็นการร่วมกันระหว่างบริษัทเอกชนกับเอกชน รัฐบาลกับรัฐบาล หรือระหว่างเอกชนกับรัฐบาลก็ได้ สาเหตุของการเกิดธุรกิจระหว่างประเทศ

  1. การมีทรัพยากรที่แตกต่างกัน การมีทรัพยากรที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศย่อมก่อให้เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างกัน
  2. การมีสินค้าที่ไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ อาจจะต้องทำการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศที่มีเหลือจากการบริโภคในประเทศ
  3. การคำนึงถึงความคุ้มค่า และต้นทุนต่ำสุด ในบางครั้งสินค้าอาจจะสามารถผลิตได้เองภายในประเทศแต่มีต้นทุนที่สูงกว่าการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
  4. การถ่ายโอนวัฒนธรรม จากกระแสโลกาภิวัฒน์ และการถ่ายโอนวัฒนธรรมระหว่างกัน เช่นวัฒนธรรมการบริโภคสินค้าตะวันตกของโลกตะวันออก เช่น การบริโภคอาหาร fast food
  5. ความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีความแตกต่างกัน ในประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวไกลกว่าย่อมสามารถที่จะพัฒนาสินค้าได้มีคุณภาพสูงและต้นทุนต่ำ จึงทำให้เกิดการถ่ายโอนสินค้าไปยังประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีล้าหลังกว่า
  6. การคำนึงถึงประโยชน์และผลตอบแทนที่ได้รับ ซึ่งอาจมองเห็นโอกาสในการทำกำไรในตลาดใหม่หรือได้รับประโยชน์จากการประหยัดขนาด (Economic of Scale)
  7. กระแสโลการภิวัฒน์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ กระแสโลกาภิวัฒน์และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริโภคได้รับข่าวสารถึงกันทั่วโลก ทำให้สามารถเลือกสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อสนองความต้องการสูงสุด
  8. การเอื้อเฟื้อและช่วยเหลือระหว่างกัน โดยอาจมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และการช่วยเหลือแบบให้เปล่าหรือต่างตอบแทน เป็นการที่ประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งให้ความช่วยเหลือประเทศที่ยากจน อาจอยู่ในรูปแบบขององค์กรที่ไม่หวังผลกำไร (NGO)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของธุรกิจระหว่างประเทศ
  1. ปัจจัยสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
    1. ลักษณะสภาพการณ์โดยทั่วไปของประเทศคู่ค้า
      • จำนวนและความหนาแน่นของประชากร
      • อัตราการเจริญเติบโตของประชากร
      • โครงสร้างอายุของประชากร
      • การกระจุกตัว หรือ การกระจายของประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ
      • ระดับรายได้และการกระจายรายได้ของประชากร
    2. การพัฒนาการตลาดของประเทศคู่ค้า เป็นการพิจารณาถึงความพร้อมของปัจจัยหลักต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่
      • ระบบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคมทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ
      • ระบบการติดต่อสื่อสาร
      • การพัฒนาตัวกลางหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ที่จะให้ความสะดวกต่อการทำธุรกิจระหว่างประเทศ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทขนส่ง บริษัทโฆษณา
    3. มาตรการควบคุมการค้าระหว่างประเทศของรัฐบาลประเทศคู่ค้า เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายใน และการสนับสนุนให้ธุรกิจภายในประเทศเติบโต รวมถึงรักษาระดับการจ้างงานภายในประเทศ ได้แก่
      • มาตรการทางด้านภาษี
      • มาตรการควบคุมที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การกำหนดมาตรฐานของสินค้านำเข้า การบังคับแหล่งที่มีของสินค้า มาตรการการกำหนดโควตาการนำเข้า
    4. ดุลการชำระเงินของประเทศคู่ค้า ดุลการชำระเงินจะเป็นตัวบ่งชี้ความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ กรณีการเกิดภาวะเกินดุลแม้จะบ่งชี้ว่าสภาพทางเศรษฐกิจของประเทศดี แต่หากเกิดติดต่อเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อ ส่วนกรณีเกิดสภาวะการขาดดุลเป็นเวลานานก็จะทำให้ทุนสำรองของประเทศลดลง เกิดการขาดสภาพคล่องในระบบส่งผลต่อภาวะการลงทุน การจ้างงาน และปัญหาทางเศรษฐกิจอื่น ๆ และขาดความน่าเชื่อถือในการซื้อขายสินค้ากับต่างประเทศ
    5. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมด้านสังคมและวัฒนธรรม ประเทศคู่ค้าแต่ละประเทศจะมีลักษณะของสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอันมีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน ได้แก่
      • ศาสนา
      • การศึกษา
      • ภาษา
      • วิถีชีวิต
      • รสนิยม
    6. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมด้านการเมืองการปกครอง มีความเกี่ยวพันกันโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ในลักษณะของการดำเนินการทางด้านนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลของแต่ละประเทศ เช่น
      • ฐานคติด้านการเมือง เช่น โครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมืองแบบทันนิยมแบบประชาธิปไตย ย่อมเปิดกว้างมากกว่าฐานคติแบบสังคมนิยมหรือแบบชาตินิยม
      • ความมั่นคงทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในการลงทุน
      • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อาจจะเป็นลักษณะของการรวมกลุ่มกันทางเศรษฐกิจ เช่น EU AFTA NAFTA การรวมกลุ่มกันของประเทศต่าง ๆ จะทำให้มีอำนาจเจรจาต่อรองสูง และจะได้รับสิทธิพิเศษบางประการทางการค้า
  2. ปัจจัยสภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม
    • โดยการวิเคราะห์ประเมินถึงรูปแบบและความรุนแรงในการแข่งขันของบรรดาธุรกิจที่ได้ดำเนินการแข่งขันภายในตลาดของประเทศคู่ค้า
    • จำนวนคู่แข่งขัน
    • ข้อแตกต่างระหว่างสินค้าของคู่แข่ง
    • ภาพพจน์ชื่อเสียงของสินค้าของคู่แข่ง
    • ฐานะทางการเงิน
    • ต้นทุนสินค้าของคู่แข่ง
    • อัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม
    • การพัฒนาและวิจัยสินค้า
  3. ปัจจัยภายในประเทศ
    • เพื่อประเมินศักยภาพและความพร้อมของบริษัทในการทำธุรกิจระหว่างประเทศ
    • คุณภาพสินค้า
    • ต้นทุนสินค้า
    • ความสามารถของการได้มาซึ่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพและต้นทุนต่ำ
    • กระบวนการภายใน
    • ทักษะความสามารถของสมาชิก
    • ความสามารถของการแสวงหาแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ
  4. . ปัจจัยภายในประเทศของบริษัท
  • โดยเฉพาะนโยบายของประเทศ จะมีผลต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งในบริษัท ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือด้านความรู้ในการพัฒนา การช่วยเหลือในการหาตลาด การผ่อนปรนข้อกีดกันทางการค้า การงดเว้นภาษีนำเข้าด้านวัตถุดิบ การงดเว้นภาษีส่งออก และยังเกี่ยวข้องถึงแหล่งวัตถุดิบ แหล่งแรงงานและแหล่งพลังงาน ตลอดจนอุตสาหกรรมพื้นฐานภายในประเทศที่เพียงพอและเข้มแข็ง ก็จะส่วนเสริมสร้างความเข้มแข็งให้การดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศด้วย
 

Back
Next