ลักษณะของการผลิต (Type of Product)
- แยกตามลักษณะของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 3 ชนิด
- การแปรสภาพโดยการแยกออก ( Disintegration) จะมีปัจจัยนำเข้าชนิดเดียว ผ่านกระบวนการแปรสภาพได้ผลผลิตหลายชนิด เช่น การกลั่นน้ำมัน การถลุงแร่ เป็นต้น
- การแปรสภาพโดยการรวมตัว ( Integration) จะมีปัจจัยนำเข้าหลายอย่าง โดยผ่านกระบวนการแปรสภาพได้ผลิตผลเพียงชนิดเดียว เช่น การทำแก้ว เป็นต้น
- Integrated Industies เป็นลักษณะการผลิตที่ใช้กรรมวิธีการผลิต ข้อ 1.1 และ 1.2 จึงจะทำให้เกิดสินค้าได้ เช่น การผลิตยางรถยนต์
- Construction Industies การผลิตแบบนี้จะไม่ผลิตวัตถุดิบเองและไม่ดำเนินการในโรงงาน เช่น การสร้างตึก ถนน สะพาน เป็นต้น
- การแปรสภาพโดยการบริการ เป็นลักษณะของกระบวนการผลิต ซึ่งบางครั้งจะไม่แสดงการเปลี่ยนแปลงให้เห็นด้วยตา เช่น การตรวจสุขภาพ การให้คำปรึกษา เป็นต้น บางครั้งการบริการบางชนิด ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งเห็นได้ เช่น การซ่อมรถ การขนส่ง เป็นต้น
- แยกตามกรรมวิธีการผลิต แบ่งเป็น 3 ชนิด
- การผลิตแบบไม่ต่อเนื่อง (Intermittent Operations) เป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า จะผลิตในปริมาณที่ไม่มาก แต่สินค้าจะมีลักษณะแตกต่างกันตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เช่น การสร้างบ้าน การตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามสั่ง
- การผลิตแบบต่อเนื่อง (Continuous Operations) เป็นการผลิตสินค้าจำนวนมากเพียงชนิดเดียวหรือน้อยชนิด เครื่องจักรส่วนใหญ่จะมีราคาสูงและจะทำงานเฉพาะตามลำดับขั้นการผลิตที่แน่นอน เช่น การประกอบรถยนต์ การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
- การผลิตแบบกรรมวิธี (Process Operations) เป็นการผลิตที่จะใช้กรรมวิธีทางเคมี และปริมาณของผลิตผลนั้น จะวัดเป็นหน่วยปริมาตร หรือน้ำหนักแทนที่จะนับเป็นจำนวนชิ้น การผลิตมักจะดำเนินไปตามกรรมวิธีซึ่งได้กำหนดไว้แน่นอน เช่น การผลิตไฟฟ้า การกลั่นน้ำมัน เป็นต้น
เป้าหมายของการผลิต (Objectives of Production)
- เพื่อให้ได้สินค้า & บริการที่มีคุณภาพดีในระดับที่ลูกค้าต้องการ
- เพื่อให้ได้สินค้า & บริการในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า
- เพื่อให้ได้สินค้า & บริการได้ทันเวลาตามความต้องการของลูกค้า
- เพื่อให้ได้สินค้า & บริการให้มีต้นทุนต่ำ
องค์ประกอบพื้นฐานสำคัญของการบริหารการผลิต
- การจัดการด้านโรงงาน ( Factory )
ในการผลิตให้มีประสิทธิภาพต้องคำนึงถึงปัจจัยดังน ี้
- ทำเลที่ตั้งโรงงาน ( location ) การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานต้องคำนึงถึง
- ใกล้แหล่งวัตถุดิบ
- สามารถหาแรงงานได้ง่ายและค่าจ้างถูก
- ใกล้แหล่งพลังงานที่เพียงพอต่อการผลิต
- มีสาธารณูปโภคสมบูรณ์ครบถ้วน
- หากเป็นเขตสนับสนุนตามนโยบายของรัฐมักจะได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ
- ต้องคำนึงถึงอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคตถ้าขยายโรงงาน
- ราคาที่ดินที่เหมาะสม
- การสนับสนุนการตั้งโรงงานของชุมชน
- อาคารและสภาพภายในอาคาร
- อาคาร (building ) การออกแบบตัวอาคารของโรงงานต้องออกแบบอย่างเหมาะสมกับกิจกรรม โดยต้องคำนึงถึง ความแข็งแรงของตัวอาคาร
- รูปร่าง ขนาดของอาคาร
- จำนวนอาคาร
- ความทนไฟหรือความร้อน
- ความสะดวกในการผลิต
- การจัดสถานที่ภายในอาคาร ( plant layout ) ต้องคำนึงถึง
- ใช้พื้นที่ภายในให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ให้มีการเคลื่อนย้ายวัสดุและคนให้น้อยที่สุด
- ต้องจัดลำดับเครื่องจักรให้เหมาะสม
- เน้นความปลอดภัยและสะดวกในการทำงา